Skip to content
image

Customer Age Gap ลูกค้าต่างวัย สื่อสารแบบไหนถึงโดน

การตลาดกับคนต่างวัยไม่ใช่เรื่องง่าย!!
เฉพาะอย่างยิ่งตอนที่เราต้องการขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น ดังนั้น Customer Age Gap หรือช่องว่างระหว่างวัยของลูกค้า จึงเป็นอีกหนึ่งความท้าทายที่แบรนด์ควรให้ความสนใจ เพื่อที่จะได้รักษาลูกค้าหลากหลายวัย โดยไม่เสียกลุ่มลูกค้าวัยใดวัยหนึ่งไปเสียก่อน

? ช่องว่างระหว่างวัยของลูกค้าสร้างความท้าทายกับการทำโฆษณายังไง?
เมื่อหลายปีที่ก่อน การตลาดส่วนใหญ่มักจะมุ่งไปที่คนกลุ่มมิลเลนเนียล แต่ในปัจจุบันเชื่อว่าผู้ที่สนใจการตลาดหลาย ๆ ท่านน่าจะเคยได้ยินเกี่ยวกับอิทธิพลของลูกค้า Gen Z ที่เริ่มเข้ามาเป็นกลุ่มผู้บริโภคหลักกันมากขึ้น

ดังนั้นบางแบรนด์อาจเริ่มสังเกตเห็นว่า ทำไมการขายของแบบเดิม ๆ ให้กลุ่มลูกค้าวัยเดิม ๆ ถึงเริ่มไม่ได้ผล นั่นก็เพราะว่ากลุ่มลูกค้าแต่ละรุ่นก็เติบโตขึ้นเป็น Gen ใหม่ ลูกค้าวัยยี่สิบปีในตอนนี้ อาจจะไม่ได้สนใจการขายของแบบเดิม เหมือนกับลูกค้าวัยยี่สิบปีในความทรงจำของเรา

และแน่นอนว่า กลุ่มคนวัยใหม่และวัยเก่าที่เข้ามารวมกัน ก็จะทำให้เกิดช่องว่างทางการสื่อสารที่ยากขึ้น เพราะต่างก็มีพื้นฐานทางสังคม ความเชื่อ กระบวนการตัดสินใจซื้อที่ต่างกันตามวัยนั่นเอง

? เราจะลดช่องว่างนี้ยังไงได้บ้าง?
คงไม่มีใครอยากเลือกทำการตลาดเซฟ ๆ กับคนกลุ่มเดียว และก็ไม่มีใครสามารถไปบังคับให้คนแต่ละวัยสนใจคอนเทนต์ที่กลาง ๆ ไม่จับความสนใจของเขาเช่นกัน

ดังนั้นการจะทำการตลาดกับคนต่างวัย จึงไม่ควรใช้วิธีการเพลย์เซฟ คิดเอาเองว่าแบบนี้แหละ กลาง ๆ คนชอบทุกวัย แต่ควรหาความสนใจและอินไซต์ของแต่ละกลุ่มให้เจอก่อน เพื่อให้เราสามารถเข้าใจลูกค้าของเราแต่ละวัยให้มากขึ้น และผลิตคอนเทนต์หรือวิธีการสื่อสารกับเขาให้เหมาะสม

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราต้องรู้ว่า “การเล่นโซเชียลมีเดียของคนแต่ละรุ่นเป็นอย่างไร” คือหัวใจที่จะช่วยให้เราหาทางไปถึงลูกค้าแต่ละวัยได้ง่ายขึ้น เช่น ถ้าอยากสื่อสารกับเบบี้บูมเมอร์ Facebook ยังคงเป็นตัวเลือกที่ดี แต่ในทางกลับกันมันอาจจะกร่อยมาก ถ้าใช้แพลตฟอร์มนี้กับ Gen Z เป็นต้น

ถัดไปคือการอุดช่องว่างด้วยการสื่อสารกับคนแต่ละ Gen ให้ตรงกับความชอบหรือลักษณะในการติดตามสื่อของพวกเขา เช่น

?? Baby Boomers (52-70 ปี) ส่วนใหญ่ของคน Gen นี้ชอบการโฆษณาแบบวิดีโอมากกว่าภาพ วิดีโอไม่ควรยาวเกินไป และควรมี CTA ที่ชัดเจนว่าถ้าสนใจสินค้าควรจะสั่งซื้อของอย่างไรต่อ

??‍? Gen X (36-51 ปี) คนกลุ่มนี้มักเป็นนักตัดสินใจ ชอบอะไรที่สื่อสารตรงไปตรงมา ยังคงเป็น Gen ที่แอคทีฟบน Facebook, YouTube อยู่ และมักจะซื้อสินค้าโดยเริ่มจากการตามแอคเคาน์ของแบรนด์ หาข้อมูล คุยกับแบรนด์ แล้วค่อยตัดสินใจซื้อ

??‍♂️ ในขณะที่ Gen Y (18-35 ปี) มักจะสนใจคอนเทนต์รีวิวมากกว่าโฆษณา สนใจการป้ายยามากกว่าเจนอื่น ๆ และทุ่มเงินให้คุณภาพพอ ๆ กับราคา ถ้าสินค้าชิ้นนั้นซัพพอร์ตเรื่องดีงามที่พวกเขาสนใจ เช่น รักษ์โลก ลดคาร์บอน เงินเข้าการกุศล พวกเขาจะมีแนวโน้มใช้สินค้าของแบรนด์นั้นมากขึ้น

??‍? ส่วน Gen Z (2-17 ปี) น้องเล็กที่ถึงแม้กำลังซื้ออาจจะยังไม่แข็งแรง แต่ทรงอิทธิพลเพราะเป็น Gen ที่กำลังจะโตเข้าหาเราเรื่อย ๆ การสื่อสารต่อคนรุ่นนี้ต้องซื่อสัตย์ เข้าถึงได้ทุกช่องทางโซเชียล สินค้าและบริการจะต้องมีความใช้ง่าย ไม่ต้องการอะไรที่ยุ่งยากหลายขั้นตอน

ไม่ว่าจะห่างกันขนาดไหน แต่คนทุกวัยยึดกันได้ด้วยโลกออนไลน์แม้ทุกวัยจะมีความแตกต่างในด้านความชอบ ความสนใจ และพฤติกรรม แต่สิ่งที่เหมือนกันของคนทุกวัยก็คือ พวกเขาอยู่ในโลกออนไลน์ ดังนั้นถ้าการตลาดของเราไม่ได้ปิดตายอยู่แค่ออฟไลน์อย่างเดียว ก็ยังมีทางสื่อสารและลดช่องว่างระหว่างวัยเหล่านี้ลงได้ ด้วยการใช้สื่อโซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมือ เลือกให้เข้ากับความเหมาะสมของคนแต่ละวัย และอย่าลืมหาอินไซต์ ทำความรู้จักและเข้าใจลูกค้าของคุณก่อนเสมอ

สรุปแล้ว ถึงแม้ว่าช่องว่างระหว่างวัยจะเป็นความท้าทายที่ทำให้การสื่อสารของแบรนด์เรายากขึ้น แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นปัญหาที่แก้ไม่ได้เลย เราอาจจะอุดช่องว่างนี้โดยการหาความสนใจและอินไซต์ของแต่ละกลุ่มให้เจอ และใช้วิธีการสื่อสารที่เหมาะกับแต่ละวัย เพื่อให้ทุกกลุ่มสามารถรับรู้ถึงแบรนด์ของเราได้โดยที่ไม่รู้สึกว่าโดนมองข้ามไปจนหายไปในที่สุดนั่นเอง

ขอบคุณข้อมูลจาก
https://www.forbes.com/…/how-to-bridge-the-age-gap…/…
https://www.thedrum.com/…/social-media-the-generation…

#Createx #CreatexHouse #CustomerAgeGap #Agegap #อายุ #การตลาดเพื่อคนต่างวัย #ลูกค้าต่างเจน

ส่งข้อความให้มีลูกเล่นต้องรู้จักรูปแบบ   Broadcast Message ของ LINE OA
PETSUMER MARKETING กลยุทธ์มัดใจนุดไม่ให้หยุดเปย์
Facebook Ads Size 2024 ครบทุกฟอร์แมต เซฟไว้ได้ใช้แน่!